รายละเอียด

อัปเดตงานแข่งขันใหม่ ๆ น่าสนใจก่อนใคร พร้อมรับการแจ้งเตือนทันที เข้ามาจอย ๆ กันใน Discord PorTCAS Community เลย!
Join Discordรวบรวมสูตรลับการแข่งขันจากพี่ ๆ PorTCAS เพื่อความได้เปรียบของน้อง ๆ ที่สนใจเข้าร่วมการแข่งขัน
Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026 | The Ultimate Healthtech Hackathon
"ทุบกำแพงอายุ แฮ็กระบบสาธารณสุขสู่เวทีโลก! เมื่อคลินิกที่ใหญ่ที่สุดในไทย ผนึกกำลังกับสถาบันเทคโนโลยีอันดับ 1 ของโลก นี่ไม่ใช่ที่สำหรับโครงงานเด็กเล่น แต่คือสมรภูมิพลิกประวัติศาสตร์การแพทย์ที่ต้องการ 'นวัตกรตัวจริง'!"
ทิ้งภาพการทำโครงงานวิทย์แบบเดิม ๆ ไปได้เลย! เพราะเวทีนี้ไม่ได้วัดกันที่อายุ แต่วัดกันที่ "ไอเดียในการต่อลมหายใจมนุษย์" เตรียมพบกับแฟรนไชส์ Hackathon ระดับโลกที่บินตรงจากเมืองบอสตันสู่กรุงเทพมหานคร ภายใต้ความร่วมมือประวัติศาสตร์ระหว่าง คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และ MIT Hacking Medicine สมรภูมิที่ระดมหัวกะทิจากทุกวงการ—ทั้งแพทย์เฉพาะทาง, วิศวกร, ดีไซเนอร์, และนักธุรกิจ—มาขังรวมกันตลอด 3 วัน 2 คืน เพื่อ "แฮ็ก" ทลายคอขวดของระบบสาธารณสุข และสร้างสรรค์นวัตกรรม HealthTech ที่นำไปใช้งานได้จริง มาร่วมพิสูจน์ศักยภาพข้ามรุ่น ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่าหลายแสนบาท พร้อมคว้าสุดยอดรางวัล "Golden Ticket" บินลัดฟ้าไปประกาศศักดานวัตกรไทย บนเวทีระดับโลกอย่าง MIT Grand Hack ที่สหรัฐอเมริกา!
🎯 TCAS God-Tier Impact: ยื่นพอร์ตคณะแพทยศาสตร์ (โดยเฉพาะหลักสูตรแพทย์นวัตกร MDX, แพทย์-วิศวะ RAMA-Eng), ทันตแพทยศาสตร์, เภสัชศาสตร์, วิศวกรรมศาสตร์ (Biomedical, Computer, Data), และวิทยาลัยนานาชาติระดับท็อป
🔥 ระดับความเดือด: 🌶️🌶️🌶️🌶️🌶️🌶️ (Beyond S-Tier) - โหดที่สุด เพราะคุณต้องเดินถือ CV ไปขอร่วมทีมกับคุณหมอเฉพาะทาง, วิศวกรระดับซีเนียร์ และ CEO สตาร์ทอัป!
📊 ข้อมูลสำคัญ (At a Glance)
- 👥 ผู้มีสิทธิ์สมัคร: เปิดกว้างแบบ Open Category (นักเรียนอายุ 15 ปีขึ้นไป, นักศึกษา, บุคลากรทางการแพทย์, วิศวกร, ดีไซเนอร์, และนักธุรกิจ)
- 🧑🤝🧑 รูปแบบการจัดทีม: ทำงานเป็นทีมแบบ สหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Team) ผู้จัดงานมักเปิดให้ฟอร์มทีมหน้างาน หรือจับกลุ่มกับคนที่มีทักษะต่างสายกัน
- 💡 Theme ประจำปี (The Core Focus): "AI Today, Transforming Tomorrow's Healthcare"
- 💰 รางวัลรวม: เงินรางวัลรวมหลายแสนบาท พร้อมรางวัลใหญ่ "Golden Ticket" (ตั๋วเครื่องบินพร้อมที่พักเพื่อไปแข่ง MIT Grand Hack ที่เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา)
- 🗓️ วันเปิดรับสมัคร: 1 กรกฎาคม 2569 (พิจารณาจาก Resume/Portfolio/CV)
- 📍 สถานที่จัดงาน: กรุงเทพมหานคร (จัดโดยคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล)
- 💸 ค่าสมัคร: ฟรี (แต่ต้องผ่านการคัดเลือกโปรไฟล์)
⚔️ โจทย์การแข่งขันและกติกา (Challenge & Rules)
- ภารกิจหลัก: นำเสนอ Pain point ทางการแพทย์ ระดมสมอง (Design Thinking) สร้างต้นแบบนวัตกรรม (Prototyping) และ Pitching นำเสนอโมเดลธุรกิจ ภายในเวลา 3 วัน 2 คืน (16-18 ตุลาคม 2569)
- กติกาเหล็ก: ต้องทำงานร่วมกับผู้คนต่างวิชาชีพ (Cross-functional) ไอเดียต้องแก้ปัญหาได้จริงทางคลินิก (Clinical Impact) และต้องมีโมเดลธุรกิจที่จับต้องได้รองรับ (Business Viability)
📅 กำหนดการสำคัญและแผนปฏิบัติการเชิงลึก (Strategic Timeline)
เวทีระดับนี้ ผู้ชนะไม่ได้เริ่มคิดในวันแข่ง แต่เตรียมตัวตั้งแต่วันนี้!
- วันนี้ - 30 มิ.ย. 2569 (Pre-launch Prep): ช่วงเวลา "ปั้นโปรไฟล์" น้องมัธยมต้องทำ Resume ภาษาอังกฤษ 1 หน้าให้ดูโปรที่สุด รวบรวมผลงานเขียนโค้ด หรือพอร์ตงานออกแบบ UX/UI
- 1 ก.ค. 2569 (Applications Open): ระบบเปิดรับสมัคร! รีบยื่นโปรไฟล์ทันที การคัดกรองด่านแรกคือ Screening จากใบสมัคร (ด่านนี้คัดคนออกเยอะที่สุด)
- 16 - 18 ต.ค. 2569 (Hackathon Dates): สมรภูมิ 3 วัน 2 คืน ณ กรุงเทพฯ ระดมสมอง ฟอร์มทีม สร้าง Prototype และ Pitching ต่อหน้านักลงทุน
💎 คำแนะนำจากพี่ ๆ PorTCAS (The Finalist Playbook: High School Edition)
Focus Point: Multidisciplinary Synergy (การผสานพลังข้ามศาสตร์) + Real-world Healthcare Impact (ผลกระทบทางการแพทย์ที่ทำธุรกิจได้จริง)
Skill Tags: ["Healthcare Innovation", "Design Thinking", "Pitching & Storytelling", "Health Tech", "UI/UX Design"]
เจาะลึกข้อมูลพิเศษเพื่อสร้างความได้เปรียบ (Exclusive Deep-Dive):
การจะคว้ารางวัลในสมรภูมิที่ประทับตรา MIT (Massachusetts Institute of Technology) คุณไม่สามารถใช้มายด์เซ็ตแบบเด็กมัธยมที่ทำโครงงานส่งครูได้ กรรมการไม่ได้ตามหาคนเก่งวิชาการ แต่ตามหา "นวัตกรที่เข้าใจชีวิตมนุษย์" ภายใต้ธีมประจำปี "AI Today, Transforming Tomorrow's Healthcare" นี่คือ 5 เสาหลักที่คุณต้องฝังเข้าไปในสมองก่อนก้าวเท้าเข้างาน:
1. The Core Philosophy (แฮ็กความเหลื่อมล้ำ และ Workflow ของโลกความจริง)
"นวัตกรรมที่ล้มเหลวที่สุดในโลกการแพทย์ คือเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าแต่หมอไม่ใช้และชาวบ้านเข้าไม่ถึง" กรรมการไม่ได้ตามหา AI ที่ซับซ้อนที่สุด แต่ตามหา "Impact ทางสุขภาพอย่างทั่วถึง (Scalable Public Health Impact)" ที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสอดคล้องกับ Workflow หน้างาน
- The Trap (หลุมพราง): เด็กสาย Tech มักตกม้าตายด้วยการเสนอ AI วิเคราะห์โรคสุดล้ำที่ต้องใช้คู่กับอุปกรณ์ราคาแพง หรือแอปพลิเคชันที่บังคับให้หมอต้องกรอกข้อมูลเพิ่ม (ซึ่งสร้างภาระงานให้บุคลากรที่ล้นมืออยู่แล้ว)
- The Winning Zone (จุดชนะ): นวัตกรรมของคุณต้องเป็น "Invisible Tech" (เทคโนโลยีที่ทำงานอยู่เบื้องหลังโดยไม่เพิ่มภาระ) และตอบโจทย์โจทย์โรคเรื้อรังหรือสุขภาพจิต เช่น แทนที่จะทำแอปให้ผู้ป่วยซึมเศร้าเข้ามาทำแบบประเมินทุกวัน (ซึ่งจำเจและผู้ป่วยมักไม่ทำ) ลองเสนอโมเดล "Passive Digital Phenotyping" ใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรมการพิมพ์ ความเร็วในการเลื่อนหน้าจอ หรือระยะเวลาการใช้แอปโซเชียลฯ เพื่อตรวจจับสัญญาณการกำเริบของโรคซึมเศร้าล่วงหน้า แล้วแจ้งเตือนแพทย์อัตโนมัติ... นี่คือนวัตกรรมที่แก้ปัญหาที่รากเหง้า ไร้รอยต่อ และสร้างประโยชน์ให้มวลชนได้อย่างแท้จริง (Simplicity is the ultimate sophistication)
2. The Professional Gatekeeper (อาวุธทะลวงด่านผู้ใหญ่ด้วย CV & LinkedIn)
ในเมื่อไม่มี "โควตาเด็ก" เครื่องมือเดียวที่จะทำให้กรรมการยอมให้คุณเข้าแข่ง และทำให้ผู้ใหญ่ยอมรับคุณเข้าทีมคือ "ความมืออาชีพ (Professionalism)"
- CV is King: ทิ้งพอร์ตโฟลิโอแบบเด็กนักเรียน (ที่เต็มไปด้วยรูปถือป้ายกีฬาสี) ไปได้เลย คุณต้องสร้าง 1-Page Professional CV ที่ระบุ "Hard Skills" โต้ง ๆ ให้ทีมผู้ใหญ่เห็นว่าคุณพร้อมเป็นแรงงานชั้นดี เช่น:
- สาย Technical: เขียน Python ได้, ต่อ API เป็น, หรือเทรน Machine Learning เบื้องต้นได้
- สาย Design: เชี่ยวชาญ Figma, ออกแบบ UI/UX, หรือทำ 3D Animation นำเสนอโปรดักส์ได้
- สาย Business/Comm: สื่อสารภาษาอังกฤษระดับ C1/C2, นำเสนอ Pitch Deck ระดับมืออาชีพได้
- LinkedIn is your Unfair Advantage: หากคุณมีโปรไฟล์ LinkedIn ที่อัปเดตผลงานชัดเจน และแนบลิงก์ GitHub หรือ Behance ของตัวเองลงไป... คุณจะได้รับความเคารพทันที มันคือสัญญาณที่ตะโกนบอกว่า "ผมเป็นเด็กที่มี Talent และมีความกระตือรือร้น (Eagerness) พร้อมทำงานในโลกของผู้ใหญ่"
3. The Winning Squad Architecture (สถาปัตยกรรมทีมแชมป์ด้วยทฤษฎี 4H)
"ถ้าคุณหันไปรอบโต๊ะแล้วเจอแต่เพื่อนใส่ชุดนักเรียนเหมือนกัน... เตรียมตัวเก็บกระเป๋ากลับบ้านได้เลย!" Hackathon ทางการแพทย์คือการแก้ปัญหาที่มีชีวิตคนเป็นเดิมพัน โครงสร้างทีมที่การันตีชัยชนะต้องทำงานแบบ สหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Team) และครอบคลุมทฤษฎี 4H:
- 🩺 The Hound (คนดมกลิ่นปัญหา - สาย Clinical): คือคุณหมอหรือพยาบาลหน้างาน ที่รู้ Pain point จริง
- 💻 The Hacker (คนสร้างระบบ - สาย Engineering): คนที่จะเนรมิตโค้ดและ AI ให้ออกมาเป็น Prototype
- 🎨 The Hipster (คนสร้างประสบการณ์ - สาย Design): คนที่ออกแบบแอปให้ใช้งานง่ายและเป็นมิตรกับผู้ใช้งาน
- 🗣️ The Hustler (คนขายฝัน - สาย Business): คนวางโมเดลธุรกิจ (Business Model) และร้อยเรียง Storytelling 🎯 เป้าหมายของเด็กมัธยม: อย่าพยายามไปแย่งซีนโชว์ความรู้ทางการแพทย์ ให้ผู้เชี่ยวชาญทำหน้าที่ของเขา แล้วคุณจงสวมบทบาท Hacker, Hipster, หรือ Hustler แล้วรีบวิ่งไปขอจับกลุ่มกับ "The Hound (คุณหมอผู้ใหญ่)" ซะ!
4. The MIT Pitching Framework (สูตรลับสไลด์ 3 นาที ชี้ชะตาทุน)
บนเวทีรอบชิง คุณมีเวลาแค่ 3-5 นาทีต่อนักลงทุนระดับประเทศ สไลด์ของคุณต้องตอบคำถาม 5 ข้อนี้ให้เคลียร์:
- The Hook (เคสผู้ป่วย): เปิดฉากด้วยความเจ็บปวด (Pain) ของคนไข้หรือหมอ 1 คน ให้กรรมการอินไปกับปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้น (ให้คุณหมอในทีมเป็นคนเล่าจะทรงพลังมาก)
- The Problem Size: ปัญหานี้ใหญ่แค่ไหน? กระทบคนกี่แสนคน? สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจกี่ล้านบาท?
- The Solution (Prototype): นวัตกรรม AI ของเราแก้ปัญหานั้นได้อย่างไร? (ห้ามมีแค่ไอเดีย ต้องโชว์ Demo ของจริง!)
- The Business Model & Sustainability: โปรเจกต์นี้จะ "ยั่งยืน" ได้อย่างไร? ใครจะเป็นคนจ่ายเงิน? (รพ. รัฐ / สปสช. / B2B) นี่คือจุดที่ทีมที่มีแต่หมอมักจะตาย แต่ทีมที่มีสาย Business หรือเด็กหัวไวจะเอาชนะได้
- The Clinical & Public Impact: ทำแล้วลดอัตราการเสียชีวิต ลดระยะเวลาแอดมิท หรือลดภาระงานบุคลากรได้กี่เปอร์เซ็นต์? (ต้องมีตัวเลขชัดเจน)
🏆 Portfolio Integration (The God-Tier Asset: เปลี่ยนประสบการณ์เป็น Masterpiece)
แค่หลุดเข้าไปในงานนี้ได้ หน้าพอร์ตของคุณก็จะ "สว่างวาบ" ทันที! เลิกเขียนพอร์ตแบบบันทึกประจำวันที่บอกแค่ว่า "ได้เข้าร่วมงาน..." แต่จงจัดหน้าพอร์ตโฟลิโอแบบ "Case Study Report"
- The Core Problem: ปัญหาที่คุณหมอในทีมโยนมาให้คืออะไร?
- Cross-functional Collaboration: เล่าถึงการเรียนรู้จากการทำงานข้ามรุ่นข้ามสายวิชาชีพ
- My Contribution: หน้าที่ของคุณในทีมผู้ใหญ่คืออะไร? (เช่น วาด Wireframe 15 หน้า หรือเทรน AI Model)
- The Impact: โชว์ผลลัพธ์ (Prototype) พร้อมระบุว่านวัตกรรมนี้มีศักยภาพในการลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างไร (อย่าลืมไฮไลต์ "ภาพถ่ายตอนที่คุณกำลังยืนระดมสมองกับผู้ใหญ่ระดับโปรในงาน" นี่คือหลักฐานยืนยันศักยภาพด้าน Collaboration Skill ขั้นสุดยอดที่คณบดีทุกสถาบันปรารถนา!)
Mentor's Final Shot:
เวที Siriraj x MIT คือ 'สมรภูมิผู้ใหญ่' ที่เปิดประตูลับให้นักเรียนใจเด็ดได้เข้าไปท้าทายตัวเอง ข้อได้เปรียบเดียวที่เด็กมัธยมมีเหนือกว่าผู้ใหญ่คือ 'ความกล้าคิดนอกกรอบอย่างไร้เดียงสา' ผู้ใหญ่มักจะติดกรอบกฎระเบียบของโรงพยาบาล แต่น้องสามารถโยนไอเดียที่บ้าคลั่งและเป็น Game Changer ออกมาได้ จงใช้ช่วงเวลาที่เหลือปั้น CV และ LinkedIn ให้คมกริบ คว้าตั๋วเข้าไปในงานให้ได้ โลกไม่ได้ตามหาคนที่เขียนโค้ดเก่งที่สุด แต่ตามหา 'Hacker ที่มีหัวใจ'... ถ้าคุณชนะงานนี้และพิสูจน์ได้ว่านวัตกรรมของคุณช่วยต่อลมหายใจคนได้จริง คณะไหนในประเทศนี้ก็พร้อมกางแขนรับคุณครับ!
🔗 ช่องทางการสมัครและติดต่อ (Apply Now)
- ลิงก์เว็บไซต์รับสมัครทางการ: https://sirirajxmithackmed.com/ (รอประกาศอย่างเป็นทางการ)
- (เตรียม Resume ให้พร้อม ระบบเปิดรับสมัคร 1 กรกฎาคม 2569)
รวบรวมสูตรลับการแข่งขันจากพี่ ๆ PorTCAS เพื่อความได้เปรียบของน้อง ๆ ที่สนใจเข้าร่วมการแข่งขัน
เปิดรับสมัครและสกรีนโปรไฟล์
1 - 31 ก.ค. 2569
Hackathon 3 วัน 2 คืน
16 - 18 ต.ค. 2569