รายละเอียด

AgriSpark Hackathon 2.0 - Farm Smarter 2026
AgriSpark Hackathon 2.0 - Farm Smarter 2026จัดโดยAmazon Web Services (AWS)DLG Asia PacificWhatnot Startup Studioคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่Farm Mechanics
นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์
AgriTech
TRL Validation
Business Model Canvas
AI Architecture
19 มีนาคม 2569 - 8 เมษายน 2569
Online / Onsite (โซน Farmer Future Exchange, BITEC ฮอลล์ 98–99)
ไม่มีค่าใช้จ่าย
ไม่พลาดทุกงานแข่งฮิต สำหรับวัยรุ่นมัธยม

อัปเดตงานแข่งขันใหม่ ๆ น่าสนใจก่อนใคร พร้อมรับการแจ้งเตือนทันที เข้ามาจอย ๆ กันใน Discord PorTCAS Community เลย!

Join Discord
สูตรลับการแข่ง อยากรู้เหรอ? คลิกเลย!!

รวบรวมสูตรลับการแข่งขันจากพี่ ๆ PorTCAS เพื่อความได้เปรียบของน้อง ๆ ที่สนใจเข้าร่วมการแข่งขัน

📌AgriSpark Hackathon 2.0 - Farm Smarter 2026 | มัธยม-ปวช. และบุคคลทั่วไป ชิงเงินรางวัล และโอกาส Pitch เวทีโลก

หากคุณต้องการให้พอร์ตโฟลิโอของคุณมีกลิ่นอายของ "Tech Founder" ตัวจริง นี่คือสมรภูมิที่คุณพลาดไม่ได้! ปลดล็อกศักยภาพ AI พลิกโฉมวงการเกษตรกรรมไทย ชิงเงินรางวัลรวม 80,000 บาท และโอกาสประชันวิสัยทัศน์ท่ามกลางนักลงทุนในงานนิทรรศการระดับโลก (AGRITECHNICA Asia 2026)

🎯 เป้าหมาย TCAS: เหมาะสำหรับยื่นพอร์ตคณะวิศวกรรมศาสตร์ (คอมพิวเตอร์/AI), บริหารธุรกิจ (BBA/Startup), วิทยาลัยนวัตกรรมเกษตร, และวิทยาการคอมพิวเตอร์
🔥 ระดับความเดือด: 🌶️🌶️🌶️🌶️🌶️ - โหดสุดขีดเพราะเป็นเวที Open Bracket ที่คุณต้องดวลกึ๋นทางธุรกิจและเทคโนโลยีกับนักศึกษา สตาร์ทอัพ และคนทำงานจริงในวงการ


📊 ข้อมูลสำคัญ (At a Glance)

  • 👥 ผู้มีสิทธิ์สมัคร: นักเรียน ม.ต้น-ม.ปลาย, ปวช., นักศึกษา, นักวิจัย, สตาร์ทอัพ และบริษัทต่างๆ
  • 🧑‍🤝‍🧑 รูปแบบ: ทีม (สามารถคละโรงเรียน คละอายุ หรือคละความเชี่ยวชาญได้อิสระ)
  • 💰 รางวัลรวม: กว่า 80,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลสุดพิเศษ AGRISPARK และใบประกาศนียบัตร
  • 🗓️ ปิดรับสมัคร: 8 เมษายน 2569 เวลา 23.59 น. (🚨 ห้ามพลาด!)
  • 📍 สถานที่: Online / รอบชิง ณ โซน Farmer Future Exchange (BITEC ฮอลล์ 98–99)
  • 💸 ค่าสมัคร: ฟรี

⚔️ โจทย์การแข่งขันและกติกา (Challenge & Rules)

  • ภารกิจหลัก: สร้างโซลูชัน AI ภายใต้แนวคิด "AI for Smarter Farmer Advisory" เพื่อตอบโจทย์ที่ว่า AI จะสามารถช่วยให้เกษตรกรและระบบให้คำปรึกษาสามารถตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น สะดวก เข้าใจง่าย และนำไปใช้จริงได้อย่างไร” (ครอบคลุมตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว)
  • กติกาเหล็ก (สิ่งที่ต้องมีใน Proposal):
    1. เลือก Track การแข่งขัน (ส่งผลงานได้เพียง 1 Track):
      • Ideation Track (กลุ่มไอเดียริเริ่ม): เหมาะสำหรับทีมที่เพิ่งเริ่มต้นหรือมีไอเดียใหม่ๆ (สิ่งที่ต้องส่ง: ต้นแบบ Mock-up หรือแนวคิดเชิงเทคนิคที่อธิบายการทำงานของ AI ได้ชัดเจน)
      • Prototype Track (กลุ่มต้นแบบที่พร้อมใช้ TRL 4-8): เหมาะสำหรับสตาร์ทอัพ นักวิจัย หรือทีมที่มีผลงานอยู่แล้ว (สิ่งที่ต้องส่ง: ต้นแบบ Working Prototype ที่ใช้งานได้จริง และผ่านการทดสอบยืนยันเบื้องต้นว่าตรงกับความต้องการของผู้ใช้)
    2. เลือกโจทย์ย่อย 1 ใน 5 ด้าน (The 5 Pillars): ล็อคเป้าปัญหาที่ต้องการแก้ไข ได้แก่ Planting Plan (แผนการปลูก), Pest & Disease (ศัตรูพืชและโรค), Soil & Nutrition (ดินและธาตุอาหาร), Weather & Risk (สภาพอากาศและความเสี่ยง), หรือ Yield & Costs (ผลผลิตและต้นทุน)
    3. การประยุกต์ใช้ AI (AI & Technical Approach): ต้องอธิบายการทำงานให้ชัดเจน โดยจัดทำแผนผัง "Schematic" ที่ระบุ Data Input, ชนิดของโมเดล AI, และ Output ที่ผู้ใช้จะได้รับ
    4. การใช้งานจริง (Practical Implementation): ต้องอธิบายรูปแบบปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้งาน (User Interaction เช่น แอปพลิเคชัน, SMS, Chatbot), โครงสร้างพื้นฐานที่ต้องใช้ (อินเทอร์เน็ต/สมาร์ทโฟน), และที่สำคัญคือต้องรองรับข้อจำกัดด้านความสามารถทางดิจิทัล (Digital Literacy) ของผู้ใช้งานในพื้นที่จริง
    5. คุณค่าทางเศรษฐกิจ (Economic Value): ต้องวิเคราะห์ตัวชี้วัดความคุ้มค่า (เช่น การลดต้นทุน, การเพิ่มผลผลิต) ระบุให้ชัดเจนว่าใครคือผู้ที่ได้รับประโยชน์ทางการเงิน และต้องนำเสนอ Business Model (เช่น การให้ใช้ฟรี, Subscription, Service fee, B2B หรือ B2G)

🏆 รางวัลที่จะได้รับ (Prizes & Benefits)

  • รางวัลเงินสดรวม 80,000 บาท (แบ่งเป็น 2 Track Track ละ 3 รางวัล):
    • รางวัลชนะเลิศ: 20,000 บาท
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1: 12,000 บาท
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2: 8,000 บาท
  • รางวัลเกียรติยศ: ทีมผู้เข้ารอบสุดท้ายทั้ง 6 ทีม จะได้รับ “ถ้วยรางวัล AGRISPARK” สุดพิเศษ ในวันนำเสนอรอบ Final Pitch
  • โอกาสระดับนานาชาติ: ได้ขึ้นเวทีนำเสนอผลงาน ณ โซน Farmer Future Exchange ภายในงาน AGRITECHNICA Asia & HortEX 2026 (ศูนย์ประชุมไบเทค ฮอลล์ 98–99)
  • การสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญ: ได้รับ Feedback และคำแนะนำ (Mentoring) จากผู้เชี่ยวชาญในวงการ
  • คอร์สเรียนสุดพิเศษ: ได้รับการเทรนนิ่งการใช้เครื่องมือสร้างแอป GenAI ที่ชื่อว่า "PartyRock" สอนโดยทีมงานจาก Amazon Web Services (AWS) โดยตรง

📅 กำหนดการสำคัญ (Timeline)

  • 19 มี.ค. 2569 : เปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการ
  • 24 และ 31 มี.ค. 2569 : Q&A Call พบทีมผู้จัดงาน (ผ่าน MS Teams)
  • 25 มี.ค. 2569 : เทรนนิ่งการใช้ GenAI "PartyRock" จากทีม AWS
  • 8 เม.ย. 2569 : 🚨 ปิดรับ Proposal รอบที่ 1 (ถึง 23.59 น.)
  • 23 เม.ย. 2569 : ประกาศผล Semi-Finalist
  • 3 พ.ค. 2569 : ส่ง Proposal รอบที่ 2 (ถึง 23.59 น.)
  • 8 พ.ค. 2569 : ประกาศผล 6 ทีมสุดท้าย (Finalists)
  • 21 พ.ค. 2569 : Final Pitch รอบตัดสิน ณ BITEC กรุงเทพฯ

💎 คำแนะนำจากพี่ ๆ PorTCAS (The Finalist Playbook)

เวทีนี้เป็นการประลอง "ความเข้าใจมนุษย์และโมเดลธุรกิจ" ผ่านเลนส์ของ AI กรรมการให้น้ำหนักสูงสุดที่ "การทดสอบใช้งานจริง (Validation)" และ "สมการเศรษฐศาสตร์ (Unit Economics)"

  • Focus Point ที่กรรมการจะเจาะลึก 3 แกนหลัก คือ "สถาปัตยกรรมข้อมูล (Data to Decision)", "ความง่ายในการใช้งาน (Digital Literacy)", และ "ความคุ้มทุน (Economic Value)" นี่คือคู่มือระดับเซียนที่จะสร้างความได้เปรียบสูงสุดให้ทีมของคุณ:
  • Skill Tags: ["AI Architecture", "AgriTech", "TRL Validation", "Business Model Canvas", "User-Centric Design"]
  • เจาะลึกข้อมูลพิเศษ (Exclusive Deep-Dive):
    1. The 5 Pillars of Agri-Data (ล็อคเป้า 1 ปัญหาให้ขาด): เอกสารหน้า 1 ระบุ 5 ธีมชัดเจน (Planting, Pest, Soil, Weather, Yield) หลุมพรางที่เด็กมัธยมมักพลาดคือการพยายามสร้าง "Super App" ที่ทำได้ทุกอย่าง กลยุทธ์ที่พี่แนะนำคือ "เลือกเพียง 1 ธีม" เช่น เจาะเฉพาะ 'Pest & Disease' สร้าง AI วิเคราะห์โรคใบด่างมันสำปะหลังให้แม่นยำที่สุด การโฟกัสจะทำให้ Proposal ของคุณคมกริบและดูเป็นไปได้จริง
    2. ถอดรหัส TRL 4-8 (Technology Readiness Level) สเกลวัดกึ๋น Startup: เวทีนี้ระบุชัดเจนว่า Prototype Track รับผลงานระดับ TRL 4-8 สำหรับน้องๆ มัธยม/ปวช. หรือทีมที่มีของ อย่ากลัวคำนี้! คุณไม่จำเป็นต้องดันไปถึง TRL 8 (ระดับเชิงพาณิชย์) แค่คุณพิสูจน์ได้ว่าโค้ด AI ของคุณทำงานได้จริงในคอมพิวเตอร์ และส่งผลลัพธ์จำลองผ่าน LINE API ได้ (นี่คือ TRL 4: Lab/Relevant Environment) คุณก็ลง Track นี้ได้แล้ว วิธีโกยคะแนนคือ "การโชว์ Log/Test Results" เพราะกรรมการสาย Tech จะเชื่อตัวเลข Accuracy มากกว่าคำบรรยายลอยๆ การถ่ายวิดีโอตอนระบบประมวลผลจริง และแนบกราฟความแม่นยำของโมเดล แค่นี้ก็สามารถเอาชนะใจกรรมการได้แล้ว
    3. ออกแบบสถาปัตยกรรม AI ให้ซื้อใจฝั่ง Tech: ในเกณฑ์ข้อ 2.2 บังคับให้เขียนแผนผัง (Schematic) จงระบุ Data Inputs ให้ลึกกว่าแค่เซนเซอร์สภาพอากาศ แต่ให้รวมถึง "ข้อมูลเชิงพฤติกรรม" (เช่น ประวัติการใส่ปุ๋ยย้อนหลัง) เข้าไปด้วย และต้องชี้ให้เห็นชัดเจนว่า AI เข้ามาสร้าง Value Add อย่างไร (เช่น เปลี่ยนจากการแค่ส่งเสียงร้องแจ้งเตือนเมื่อดินแห้ง เป็นการใช้ Predictive Model พยากรณ์ความเสี่ยงล่วงหน้า 3 วัน เพื่อเตรียมการรับมือ)
    4. The "Zero-Click Action" Framework: เป้าหมายของโครงการคือแปลงข้อมูลที่ซับซ้อนให้เป็นคำแนะนำที่เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง หลุมพรางที่หลายทีมพลาดคือการทำ Dashboard โชว์กราฟสวยๆ เพราะในความเป็นจริงเกษตรกรไม่มีเวลามานั่งดูกราฟ! AI ของคุณต้องเป็น "Prescriptive Analytics" คือการวิเคราะห์แล้วสั่งการไปเลย เช่น ส่งข้อความเสียงภาษาถิ่นเตือนว่า "วันนี้แดดแรง ดินแห้งไว แนะนำให้เปิดน้ำร่องที่ 3 ตอน 4 โมงเย็นเพื่อกันใบไหม้"
    5. ทลายกำแพง Digital Literacy (Frictionless Implementation - อ้างอิง PDF หน้า 4): ในข้อ 2.3 กรรมการต้องการทราบถึงปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้ และความสะดวกในการใช้งาน การสร้างแอปพลิเคชันใหม่ที่ต้องโหลด ต้องสมัครสมาชิก ต้องกรอก OTP คืออุปสรรคชิ้นใหญ่สำหรับเกษตรกร ทางออกที่เหนือชั้นคือการทำ "Frictionless UI" หรือระบบไร้รอยต่อ เช่น ให้ AI ฝังตัวอยู่ใน SMS หรือ LINE Official Account (Chatbot) ที่พวกเขาใช้งานเป็นประจำ รองรับ Voice-to-Text ในภาษาถิ่น และที่สำคัญต้องระบุแผนรองรับกรณี "Offline Mode" เผื่ออินเทอร์เน็ตในไร่ไม่เสถียร
    6. สมการเศรษฐศาสตร์ที่นักลงทุนยอมควักกระเป๋า (The Economic Equation - อ้างอิง PDF หน้า 4): กรรมการต้องการตัวชี้วัดที่ชัดเจน (เพิ่มผลผลิต? ลดต้นทุน? ลดความเสี่ยง? หรือประหยัดเวลา?) ในหัวข้อ 2.4 กรรมการถามจี้ว่า "ใครได้รับประโยชน์ทางการเงิน?" และรายได้มาจากไหน ที่สำคัญที่สุดคือ "Business Model" อย่าตอบแบบโลกสวยว่าจะเก็บค่าแอป/ค่าสมาชิกจากเกษตรกรรายย่อยเดือนละ 100 บาท แต่จงใช้โมเดลแบบ B2B (ขายให้โรงงานรับซื้อ/สหกรณ์) หรือ B2B2G / B2G (ขายให้กรมส่งเสริมการเกษตร) เพื่อให้หน่วยงานเป็นผู้จ่ายเงิน (Service Fee / Subscription) โมเดลนี้จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ 1 คนสามารถมอนิเตอร์และดูแลเกษตรกรได้ 500 คนพร้อมกัน (Scalable Solutions) ในขณะที่เกษตรกรรายย่อยได้ใช้งานฟรี! นี่คือโมเดลสเกลธุรกิจและสมการเศรษฐศาสตร์ที่นักลงทุนจาก AWS และ GFA จะพยักหน้าให้ผ่าน
    7. Team Composition Strategy (อ้างอิง PDF หน้า 5): เอกสารบังคับระบุ Role ของสมาชิกในทีม พี่แนะนำให้จัดทีมแบบ "Hustler, Hacker, Hipster" (คนวางแผนธุรกิจ, คนเขียน AI, และคนทำ UI/ลงพื้นที่) เพื่อโชว์ให้กรรมการเห็นว่าทีมของคุณมีความสมดุลแบบฉบับ Tech Startup ที่แท้จริง
    8. จิตวิทยาในการเขียน Vision-Mission: สำหรับเกณฑ์ข้อ 2.6 อย่าเขียนแค่ว่า "เราจะสร้าง AI ที่ฉลาดที่สุด" แต่ให้เขียนในเชิง Impact ระดับประเทศ เช่น
    • Vision: "เราต้องการสร้างระบบนิเวศการเกษตรไทยที่ไม่มีเกษตรกรคนใดต้องขาดทุนจากความไม่แน่นอนของธรรมชาติและข้อมูล"
    • Mission: "พัฒนา AI ผู้ช่วยส่วนตัวที่เข้าใจบริบทท้องถิ่น เพื่อติดอาวุธทางปัญญาให้เกษตรกรรายย่อยตัดสินใจได้อย่างแม่นยำในทุกฤดูกาล"
  • 💡 Portfolio Integration (การนำไปต่อยอดพอร์ตโฟลิโอ): งานนี้คือสุดยอดเพชรยอดมงกุฎสำหรับพอร์ตสายวิศวะฯ และธุรกิจ เทคนิคการจัด Layout หน้าพอร์ตคือ ให้แบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วนชัดเจน ฝั่งซ้ายโชว์ "Problem, Pain Point & User Interaction (UX) รวมถึง TRL Validation" (รูปตอนทดสอบโมเดลหรือตอนลงพื้นที่คุยกับผู้ใช้งาน) คู่กับฝั่งขวาที่เป็น "AI Schematic & Business Model" (แผนภาพการทำงานและโมเดลธุรกิจ) สิ่งนี้จะพิสูจน์ให้กรรมการคณะเป้าหมายเห็นว่า คุณไม่ใช่แค่เด็กที่เขียนโค้ดตามโจทย์ แต่คุณคือ 'Solution Architect' ระดับ Founder ที่เข้าใจกระบวนการเปลี่ยน Data ให้เป็นมูลค่าทางธุรกิจอย่างแท้จริง
  • Mentor's Note:

สิ่งที่กรรมการจาก AWS, GFA และทีมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มองหา ไม่ใช่โค้ดดิ้งที่ล้ำจักรวาล แต่คือ 'โซลูชันที่เปลี่ยน Data ให้กลายเป็นการตัดสินใจ (Decision) และเอาชนะข้อจำกัดทางกายภาพของการเกษตรไทยได้จริง' หลุมพรางใหญ่ที่ทีมหน้าใหม่มักตายเรียบคือ Over-engineering ยัดฟีเจอร์ร้อยแปดแต่แก้ปัญหาหน้างานไม่ได้ Top 1% Tactic ที่พี่อยากฝากไว้คือ 'Niche Down to Scale Up' จงลงพื้นที่ทำ Customer Discovery หยิบความท้าทายที่ทำให้กลุ่มเป้าหมาย/เกษตรกรปวดหัวที่สุดเพียง 1 เรื่อง (เช่น โรคใบด่างในมันสำปะหลัง) สร้าง AI ที่แก้ปัญหานั้นให้ขาด วางโครงสร้างระบบที่เกษตรกรไม่ต้องพยายามเรียนรู้วิธีใช้ พิสูจน์ให้เห็นว่ามีคนยอมจ่ายเงินซื้อระบบนี้ แล้วค่อยโชว์วิสัยทัศน์ว่าสถาปัตยกรรมนี้สามารถ 'Scale' ไปสู่พืชชนิดอื่นได้อย่างไร นี่แหละคือวิถีคิดแบบ Founder และเป็นแผนที่นำทางสู่ชัยชนะอย่างสมบูรณ์แบบครับ


🔗 ช่องทางการสมัครและติดต่อ (Apply Now)

เปิดรับสมัครและส่ง Proposal รอบที่ 1

19 มี.ค. - 8 เม.ย. 2569

1st Q&A Call

24 มี.ค. 2569

เทรนนิ่งเครื่องมือ GenAI 'PartyRock'

25 มี.ค. 2569

2nd Q&A Call

31 มี.ค. 2569

ประกาศผลทีมที่ผ่านเข้ารอบ Semi-Finalist

23 เม.ย. 2569

ส่ง Proposal รอบที่ 2

24 เม.ย. - 3 พ.ค. 2569

ประกาศผล 6 ทีมสุดท้าย (Finalists)

8 พ.ค. 2569

รอบชิงชนะเลิศ (Final Pitch)

21 พ.ค. 2569