มหาวิทยาลัยศิลปากรเพิ่มหลักสูตรใหม่ “ปัญญาประดิษฐ์สำหรับเทคโนโลยีประสบการณ์ดิจิทัล” ใน TCAS70 รอบ Portfolio ช่วงที่ 2 รับ 50 คน เน้นผลงานหลากหลาย ไม่จำกัดสายเรี
มหาวิทยาลัยศิลปากรเพิ่มความน่าสนใจให้กับการรับนักศึกษาในรอบ TCAS70 ด้วยการเปิดรับสมัครหลักสูตรใหม่ “วท.บ. ปัญญาประดิษฐ์สำหรับเทคโนโลยีประสบการณ์ดิจิทัล” ในช่วง Portfolio รอบที่ 2 หลังสภามหาวิทยาลัยอนุมัติเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 โดยประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 นี้เอง หลักสูตรนี้ถือเป็นหนึ่งในนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีที่สะท้อนความต้องการของโลกยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง
สำหรับผู้ที่สนใจ หลักสูตรนี้เปิดรับนักเรียนจำนวน 50 คน ที่จะได้เรียนในวิทยาเขตสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม โดยไม่จำกัดแผนการเรียน ไม่ว่าจะมาจากสายวิทย์-คณิต ศิลป์ หรือแม้แต่สายอาชีวะ หรือ GED ก็สามารถสมัครได้ทั้งหมด ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักเรียนที่มีความสนใจในด้านเทคโนโลยี แต่ยังไม่ได้ผ่านเส้นทางสาย Coding แบบเดิม ๆ อย่างเข้มข้น
หลักสูตร “ปัญญาประดิษฐ์สำหรับเทคโนโลยีประสบการณ์ดิจิทัล” ถือเป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีขั้นสูงกับการออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้ (User Experience) อย่างลงตัว โดยเน้นการสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง ไม่ใช่แค่การเขียนโค้ดเพื่อให้โปรแกรมทำงานเท่านั้น
สิ่งที่น่าสนใจคือ มหาวิทยาลัยกำหนดเกณฑ์พื้นฐานที่เข้าถึงได้มากขึ้น โดยต้องมี GPAX ไม่ต่ำกว่า 2.50 และ GPA วิชาคณิตศาสตร์ไม่ต่ำกว่า 2.50 แต่ไม่ได้บังคับให้ต้องเรียนสายวิทย์-คณิต หรือมีคะแนนสอบวัดความถนัดเฉพาะทาง (TGAT/TPAT/A-Level) มาประกอบการพิจารณา ซึ่งหมายความว่า นักเรียนที่มีโปรไฟล์หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสายศิลป์ สายอาชีวะ หรือแม้แต่ผู้เรียนผ่าน GED ก็มีโอกาสเท่าเทียมกันในการสมัคร
นอกจากนี้ หลักสูตรยังเปิดรับผู้สมัครทั้งจาก ม.6, หลักสูตรนานาชาติ, วิทยาลัยเทคนิค, กศน. และ GED ได้ทั้งหมด สะท้อนแนวคิดที่ว่า “ความสามารถไม่ได้วัดจากชื่อโรงเรียน แต่วัดจากความคิดสร้างสรรค์และความพยายาม”
การคัดเลือกในหลักสูตรนี้ใช้ระบบ Portfolio ช่วงที่ 2 ซึ่งมีน้ำหนักถึง 80 คะแนน และสัมภาษณ์อีก 20 คะแนน ซึ่งถือว่าเป็นการให้ความสำคัญกับผลงานจริงของผู้สมัครอย่างชัดเจน
สิ่งที่น่าสนใจคือ มหาวิทยาลัยไม่ได้จำกัดผลงานเฉพาะด้านการเขียนโปรแกรม หรือการพัฒนาแอปพลิเคชันเท่านั้น แต่ยังยอมรับผลงานหลากหลายประเภท ได้แก่:
ผู้สมัครสามารถเลือกผลงานที่ “ดีที่สุด” เพียง 1 ชิ้น แล้วอธิบายอย่างละเอียดใน Portfolio ว่า:
แนวทางนี้ไม่เพียงแต่ประเมินทักษะทางเทคนิค แต่ยังวัดทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการสื่อสารอย่างมีเหตุผล ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของนักเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน
สำหรับนักเรียนที่สนใจสมัคร ต้องดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้:
สิ่งสำคัญที่ต้องระวังคือ ผู้สมัครสามารถสมัครได้เพียง 1 โครงการ/1 สาขาวิชาเท่านั้นในช่วง Portfolio ช่วงที่ 2 ดังนั้นควรเลือกให้ดี และเตรียม Portfolio อย่างรอบคอบ
1. ต้องมีพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์หรือเขียนโค้ดมาก่อนไหม?
ไม่จำเป็นครับ หลักสูตรนี้เปิดกว้างให้ทั้งผู้ที่มีพื้นฐานด้านเทคนิค และผู้ที่มีไอเดียสร้างสรรค์ในด้าน UX, Game, Digital Art หรือ Startup ได้สมัคร
2. Portfolio ต้องไม่เกินกี่หน้า?
ใช่ครับ ต้องไม่เกิน 12 หน้า และเน้นการเล่าเรื่องอย่างมีโครงสร้าง ไม่ใช่แค่ใส่ผลงานเฉย ๆ
3. ผลงานที่ใช้ได้คืออะไรบ้าง?
สามารถใช้ได้ทั้ง AI, Robotics, IoT, Data Science, App Development, UI/UX Design, Game, AR/VR, Digital Media, Startup Plan, Social Innovation ฯลฯ
4. ต้องมีคะแนน TGAT/TPAT หรือ A-Level ไหม?
ไม่ต้องครับ มหาวิทยาลัยระบุชัดว่าไม่ใช่องค์ประกอบการพิจารณา จึงไม่ควรนำคะแนนเหล่านี้มาใส่ในแฟ้ม
5. สมัครแล้วจะได้รับการยืนยันอย่างไร?
ผู้สมัครสามารถตรวจสอบสถานะการสมัครได้ผ่านระบบ Admission ของมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยมีประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ในภายหลัง
6. สัมภาษณ์จะเป็นแบบไหน?
สัมภาษณ์ออนไลน์ ใช้เวลาประมาณ 15–20 นาที ผู้สมัครจะต้องนำเสนอผลงาน Best Project พร้อมตอบคำถามเกี่ยวกับกระบวนการคิดและปัญหาที่เจอ
หลักสูตรใหม่ “ปัญญาประดิษฐ์สำหรับเทคโนโลยีประสบการณ์ดิจิทัล” จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ถือเป็นหนึ่งในโอกาสสำคัญของนักเรียนที่มีความสนใจในเทคโนโลยี แต่ไม่ได้เดินตามเส้นทางสาย Coding แบบเดิม ๆ ด้วยการเปิดรับผลงานหลากหลายรูปแบบ และให้ความสำคัญกับ “กระบวนการคิด” มากกว่าแค่ “ผลลัพธ์”
หากน้อง ๆ มีผลงานที่เคยทำมา ไม่ว่าจะเป็นเกมที่พัฒนาเอง แอนิเมชันที่สร้างด้วย AI หรือแม้แต่แผนธุรกิจ Startup ที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล นี่คือเวลาที่เหมาะสมที่จะหยิบมันขึ้นมา แล้วเล่าเรื่องราวของความพยายาม ความล้มเหลว และการเรียนรู้อย่างมีเหตุผล
อย่าลืมว่า มหาวิทยาลัยศิลปากรไม่ได้มองหาแค่ “เด็กเก่ง” แต่กำลังมองหา “เด็กที่มีไอเดีย กล้าคิด กล้าทำ และกล้าเรียนรู้จากความผิดพลาด” ซึ่งตรงกับหัวใจของนวัตกรรมยุคดิจิทัลที่สุด
หากน้อง ๆ ยังไม่แน่ใจว่า Portfolio ของตัวเองพร้อมหรือยัง ลองกลับไปทบทวนผลงานที่เคยทำมา แล้วถามตัวเองว่า “ฉันเจอปัญหาอะไร? ฉันคิดอย่างไร? ฉันแก้ไขอย่างไร?” หากคำตอบเหล่านั้นมีความลึก ความจริงใจ และความตั้งใจ นั่นคือสิ่งที่มหาวิทยาลัยต้องการ
อย่ารอช้า รีบวางแผนสมัครในช่วงเวลาที่กำหนด 20 ตุลาคม – 16 พฤศจิกายน 2569 และอัปโหลด Portfolio ก่อนวันที่ 16 พฤศจิกายน เวลา 22:00 น. เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสทองในการเป็นนักศึกษาในหลักสูตรที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของศิลปากร
หลักสูตรใหม่ AI ศิลปากร — โอกาสที่จะเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นอนาคต